Skip to Content

Odoo Purchase คืออะไร? ฟีเจอร์เด่นและประโยชน์ที่ธุรกิจของคุณควรรู้

13 สิงหาคม ค.ศ. 2026 โดย
Odoo Purchase คืออะไร? ฟีเจอร์เด่นและประโยชน์ที่ธุรกิจของคุณควรรู้
Peenapat Boonnasiri

การจัดซื้อเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจมีสินค้า วัตถุดิบ และอุปกรณ์ที่เพียงพอต่อการดำเนินงาน แต่เมื่อจำนวนสินค้าและผู้จำหน่ายมีเพิ่มขึ้น การจัดการข้อมูลด้วยเอกสารเเบบเดิมๆ อาจจะทำให้การติดตามสถานะการสั่งซื้อได้ยากขึ้น มีโอกาสเกิดความผิดพลาดในการจัดซื้อ หรือทำให้ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้อย่างสะดวก

Odoo Purchase คือโมดูลสำหรับจัดการกระบวนการจัดซื้อภายในระบบ Odoo ERP ตั้งแต่การสร้างใบขอเสนอราคา (Request for Quotation: RFQ) การเปรียบเทียบราคาและผู้จำหน่าย การสร้างใบสั่งซื้อ (Purchase Order) ไปจนถึงการรับสินค้าและเชื่อมต่อกับระบบบัญชี ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการกระบวนการจัดซื้อได้อย่างเป็นระบบและมีข้อมูลอยู่ในที่เดียว

Odoo Purchase คืออะไร?

Odoo Purchase เป็นโมดูลที่ช่วยบริหารกระบวนการจัดซื้อสินค้าและบริการ โดยสามารถจัดการข้อมูลผู้จำหน่าย (Vendor) สินค้า ราคา เงื่อนไขการสั่งซื้อ และสถานะของเอกสารจัดซื้อได้จากระบบเดียว

กระบวนการจัดซื้อสามารถเริ่มตั้งแต่การสร้าง Request for Quotation (RFQ) เพื่อขอราคาและเงื่อนไขจากผู้จำหน่าย จากนั้นเมื่อเลือกผู้จำหน่ายที่เหมาะสมแล้ว สามารถยืนยันเป็น Purchase Order (PO) เพื่อดำเนินการสั่งซื้อได้

เมื่อสินค้ามาถึง ระบบสามารถเชื่อมต่อกับ Odoo Inventory เพื่อสร้างรายการรับสินค้า และสามารถส่งข้อมูลต่อไปยัง Odoo Accounting สำหรับจัดการใบเรียกเก็บเงินและบัญชีเจ้าหนี้ได้

ฟีเจอร์เด่นของ Odoo Purchase

1. จัดการข้อมูลผู้จำหน่าย

Odoo Purchase สามารถจัดเก็บข้อมูลของผู้จำหน่ายไว้ในระบบเดียว เช่น ข้อมูลติดต่อ เงื่อนไขการชำระเงิน สินค้าที่จำหน่าย และประวัติการสั่งซื้อ

ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อสามารถเข้าถึงข้อมูลของ Vendor ได้ง่ายขึ้น และตรวจสอบประวัติการซื้อที่ผ่านมาเพื่อประกอบการตัดสินใจ

2. สร้าง Request for Quotation

เมื่อธุรกิจต้องการสั่งซื้อสินค้า สามารถสร้าง Request for Quotation (RFQ) เพื่อส่งให้ผู้จำหน่ายเสนอราคาและเงื่อนไขการขาย

ใน RFQ สามารถระบุข้อมูลสำคัญ เช่น

  • รายการสินค้า
  • จำนวนที่ต้องการ
  • ราคาที่เสนอ
  • วันที่คาดว่าจะได้รับสินค้า
  • เงื่อนไขการชำระเงิน
  • ผู้จำหน่าย

เมื่อได้รับข้อมูลจาก Vendor แล้ว สามารถตรวจสอบและเลือกข้อเสนอที่เหมาะสมก่อนดำเนินการสั่งซื้อ

3. เปรียบเทียบราคาและผู้จำหน่าย

สำหรับธุรกิจที่มีผู้จำหน่ายหลายราย Odoo Purchase ช่วยให้สามารถจัดเก็บข้อมูลราคาและเงื่อนไขของแต่ละ Vendor เพื่อนำมาเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ

นอกจากนี้ยังสามารถกำหนด Vendor Pricelist เพื่อเก็บราคาสินค้าของผู้จำหน่ายแต่ละราย ทำให้ฝ่ายจัดซื้อสามารถตรวจสอบราคาที่เคยซื้อและเลือก Vendor ที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น

4. สร้าง Purchase Order

เมื่อเลือกผู้จำหน่ายและเงื่อนไขการซื้อได้แล้ว สามารถยืนยัน RFQ ให้กลายเป็น Purchase Order ได้

Purchase Order จะเป็นเอกสารสำหรับยืนยันการสั่งซื้อกับผู้จำหน่าย โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดสินค้า จำนวน ราคา ภาษี และเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนส่งคำสั่งซื้อได้

5. เชื่อมต่อกับ Odoo Inventory

เมื่อยืนยัน Purchase Order ระบบสามารถสร้างรายการรับสินค้า (Receipt) ใน Odoo Inventory เพื่อให้ฝ่ายคลังสินค้าดำเนินการรับสินค้าเข้าคลัง

ตัวอย่างกระบวนการ:

Purchase Order → Receipt → รับสินค้าเข้าคลัง

เมื่อรับสินค้าแล้ว ข้อมูลสต๊อกจะถูกอัปเดตตามกระบวนการที่กำหนดไว้ ทำให้ฝ่ายจัดซื้อและคลังสินค้าสามารถทำงานร่วมกันจากข้อมูลชุดเดียวกัน

6. จัดการใบเรียกเก็บเงินและเชื่อมต่อกับ Accounting

Odoo Purchase สามารถเชื่อมต่อกับ Odoo Accounting เพื่อจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ เช่น Vendor Bill

เมื่อมีการรับสินค้าและได้รับใบเรียกเก็บเงินจาก Vendor ฝ่ายบัญชีสามารถตรวจสอบข้อมูลการซื้อและดำเนินการด้านบัญชีต่อได้โดยไม่ต้องนำข้อมูลมาบันทึกใหม่ทั้งหมด

ช่วยลดการทำงานซ้ำและทำให้ข้อมูลระหว่างฝ่ายจัดซื้อ คลังสินค้า และบัญชีเชื่อมโยงกันมากขึ้น

7. ติดตามสถานะการจัดซื้อ

Odoo Purchase ช่วยให้สามารถติดตามสถานะของเอกสารจัดซื้อได้จากระบบ เช่น

  • RFQ ที่รอการยืนยัน
  • Purchase Order ที่ยืนยันแล้ว
  • สินค้าที่กำลังรอรับ
  • สินค้าที่รับเข้ามาแล้ว
  • ใบเรียกเก็บเงินที่ยังไม่ได้บันทึกหรือชำระ

ทำให้ฝ่ายจัดซื้อสามารถติดตามงานที่กำลังดำเนินการและวางแผนการสั่งซื้อได้ง่ายขึ้น

Odoo Purchase ช่วยธุรกิจอย่างไร?

การนำ Odoo Purchase มาใช้ช่วยให้ธุรกิจสามารถ

  • จัดการกระบวนการจัดซื้อได้เป็นระบบ
  • เก็บข้อมูล Vendor ไว้ในที่เดียว
  • ติดตาม RFQ และ Purchase Order ได้ง่าย
  • เปรียบเทียบราคาและเงื่อนไขของผู้จำหน่าย
  • ลดการกรอกข้อมูลซ้ำ
  • เชื่อมต่อข้อมูลกับคลังสินค้าและบัญชี
  • ติดตามสถานะการรับสินค้าได้
  • ลดความเสี่ยงจากการสั่งซื้อสินค้าผิดพลาดหรือไม่เพียงพอ
  • วางแผนการจัดซื้อจากข้อมูลสต๊อกได้ดีขึ้น

Odoo Purchase เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

Odoo Purchase สามารถนำไปใช้งานกับธุรกิจหลากหลายประเภท เช่น

  • ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก
  • ธุรกิจนำเข้าและส่งออก
  • โรงงานผลิต
  • ธุรกิจ E-Commerce
  • ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้า
  • ธุรกิจบริการที่มีการจัดซื้ออุปกรณ์หรือวัสดุ
  • ธุรกิจที่มีผู้จำหน่ายหลายราย
  • ธุรกิจที่มีปริมาณการจัดซื้อจำนวนมาก

โดยสามารถปรับกระบวนการจัดซื้อให้เหมาะกับรูปแบบการทำงานและขั้นตอนการอนุมัติของแต่ละองค์กรได้

ทำไมธุรกิจควรใช้ Odoo Purchase?

การจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพไม่ได้มีเพียงการสั่งสินค้าในราคาที่เหมาะสม แต่ยังต้องสามารถควบคุมกระบวนการตั้งแต่การขอราคา การเลือก Vendor การสั่งซื้อ การรับสินค้า และการตรวจสอบเอกสารทางบัญชีได้อย่างเป็นระบบ

Odoo Purchase ช่วยเชื่อมโยงขั้นตอนเหล่านี้เข้าด้วยกัน และทำงานร่วมกับ Inventory, Accounting และโมดูลอื่น ๆ ภายใน Odoo ทำให้ข้อมูลสามารถส่งต่อระหว่างแต่ละฝ่ายได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลเดียวกัน ธุรกิจก็สามารถควบคุมต้นทุน ติดตามการจัดซื้อ และวางแผนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น