การผลิตนั้นเป็นกระบวนการที่มีรายละเอียดจำนวนมาก ทั้งการคำนวณวัตถุดิบ การวางแผนกำลังการผลิต การติดตามงานในไลน์ผลิต และการคิดต้นทุนสินค้า หากยังใช้ Excel หรือเอกสารกระดาษ อาจจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆได้
Odoo Manufacturing หรือที่เรียกกันว่าโมดูล MRP (Material Requirements Planning) คือโมดูลสำหรับบริหารจัดการกระบวนการผลิตภายในระบบของ Odoo ERP ที่ช่วยให้ธุรกิจของท่านวางแผนการผลิต ควบคุมวัตถุดิบ ติดตามสถานะงานผลิต และคำนวณต้นทุนได้ภายในระบบเดียว
Odoo Manufacturing คืออะไร?
Odoo Manufacturing เป็นระบบจัดการการผลิตที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแปลงวัตถุดิบเป็นสินค้าสำเร็จรูปได้อย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมโยงกับโมดูลอื่น ๆ ของ Odoo เช่น Odoo Inventory, Odoo Purchase, Odoo Sales และ Odoo Accounting
ตัวอย่างเช่น เมื่อฝ่ายขายยืนยันคำสั่งซื้อจาก Odoo Sales ระบบสามารถสร้างคำสั่งผลิต (Manufacturing Order) ให้ฝ่ายผลิตดำเนินการได้ทันที
ในขณะเดียวกัน ระบบจะตรวจสอบว่าวัตถุดิบในคลังเพียงพอหรือไม่ หากไม่พอ ระบบสามารถสร้างใบขอซื้อไปยัง Odoo Purchase เพื่อสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มได้
เมื่อผลิตเสร็จ ระบบจะตัดวัตถุดิบออกจากคลัง และรับสินค้าสำเร็จรูปเข้าคลังโดยอัตโนมัติผ่าน Odoo Inventory ทำให้ข้อมูลสต๊อกและต้นทุนเป็นปัจจุบันตลอดเวลา
ฟีเจอร์เด่นของ Odoo Manufacturing
1. Bill of Materials (BOM)
BOM คือสูตรการผลิตที่ระบุว่าสินค้าหนึ่งชิ้นต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง จำนวนเท่าไร
Odoo นั้นรองรับ BOM หลายรูปแบบ เช่น
- BOM แบบปกติ (Manufacture this product)
- Kit สำหรับสินค้าที่ประกอบตอนจัดส่ง ไม่ต้องผ่านกระบวนการผลิต
- Subcontracting ใช้เมื่อ การผลิตเกิดขึ้นกับผู้รับเหมาภายนอก
เมื่อมีการเปลี่ยนสูตร ระบบสามารถกำหนดเวอร์ชันของ BOM เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าสินค้าล็อตไหนใช้สูตรใด
2. Manufacturing Order (คำสั่งผลิต)
คำสั่งผลิตคือเอกสารหลักที่ใช้ควบคุมการผลิตแต่ละครั้ง โดยระบุว่า
- ผลิตสินค้าอะไร จำนวนเท่าไร
- ใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง
- กำหนดวันเริ่มและวันเสร็จเมื่อใด
- สถานะปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนไหน
เมื่อยืนยันคำสั่งผลิต ระบบจะจองวัตถุดิบในคลังให้อัตโนมัติ ป้องกันการนำวัตถุดิบไปใช้กับงานอื่น
3. Work Center และ Work Order
สำหรับโรงงานที่มีหลายสถานีการผลิต Odoo รองรับการกำหนด Work Center เช่น
- เครื่องตัด
- เครื่องประกอบ
- สถานีตรวจสอบคุณภาพ
- สถานีบรรจุ
แต่ละ Work Center สามารถกำหนดกำลังการผลิต เวลามาตรฐาน และต้นทุนต่อชั่วโมงได้ ทำให้คำนวณต้นทุนค่าแรงและค่าเครื่องจักรเข้าไปในต้นทุนสินค้าได้อย่างแม่นยำ
พนักงานหน้างานสามารถเริ่มงาน หยุดงาน และบันทึกเวลาที่ใช้จริงผ่านหน้าจอ Tablet ที่หน้าไลน์ผลิตได้
4. Routing หรือลำดับขั้นตอนการผลิต
Routing คือการกำหนดว่าสินค้าหนึ่งชิ้นต้องผ่านขั้นตอนใดบ้าง ตามลำดับก่อนหลัง
ช่วยให้ระบบคำนวณได้ว่างานผลิตจะเสร็จเมื่อใด และมองเห็นว่างานติดคออยู่ที่สถานีไหน
5. Work-in-Progress และการติดตามสถานะแบบเรียลไทม์
ผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายผลิตสามารถดูได้ว่า
- งานไหนกำลังผลิตอยู่
- งานไหนรอวัตถุดิบ
- งานไหนล่าช้ากว่ากำหนด
- กำลังการผลิตของแต่ละสถานีเหลือเท่าไร
ช่วยให้ตัดสินใจปรับแผนการผลิตได้ทันเวลา
6. Lot และ Serial Number ในกระบวนการผลิต
Odoo Manufacturing ทำงานร่วมกับระบบ Lot และ Serial Number ของ Odoo Inventory
ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าสินค้าสำเร็จรูป Lot นี้ ผลิตจากวัตถุดิบ Lot ไหน รับมาจากซัพพลายเออร์รายใด และถูกส่งไปให้ลูกค้ารายใดบ้าง
เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการ Traceability เช่น อาหาร เครื่องสำอาง ยา ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
7. Quality Control
สามารถกำหนดจุดตรวจสอบคุณภาพ (Quality Control Point) ในขั้นตอนต่าง ๆ เช่น ตอนรับวัตถุดิบ ระหว่างผลิต หรือก่อนส่งมอบ
หากพบสินค้าไม่ผ่านมาตรฐาน ระบบสามารถบันทึก Quality Alert เพื่อติดตามการแก้ไขได้
8. การคำนวณต้นทุนการผลิต
Odoo สามารถรวมต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าโสหุ้ยจาก Work Center เข้าเป็นต้นทุนของสินค้าสำเร็จรูป
รองรับวิธีคิดต้นทุนหลายแบบ เช่น Standard Price, Average Cost (AVCO) และ FIFO พร้อมบันทึกรายการบัญชีไปยัง Odoo Accounting โดยอัตโนมัติ
Odoo Manufacturing นั้นช่วยอะไรได้บ้าง?
การนำ Odoo Manufacturing มาใช้ช่วยให้ธุรกิจสามารถ
- วางแผนการผลิตได้แม่นยำขึ้น
- ลดปัญหาวัตถุดิบขาดหรือค้างสต๊อกมากเกินไป
- ติดตามสถานะงานผลิตได้แบบเรียลไทม์
- รู้ต้นทุนการผลิตที่แท้จริงของสินค้าแต่ละรายการ
- ตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงลูกค้า
- ลดการทำงานเอกสารและการกรอกข้อมูลซ้ำ
- มองเห็นกำลังการผลิตที่เหลืออยู่เพื่อรับออร์เดอร์ได้มั่นใจขึ้น
- เชื่อมโยงข้อมูลกับฝ่ายขาย จัดซื้อ คลังสินค้า และบัญชี
Odoo Manufacturing เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
- โรงงานผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค
- ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
- ธุรกิจเครื่องสำอางและอาหารเสริม
- ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์
- ธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM)
- ธุรกิจผลิตเฟอร์นิเจอร์และงานสั่งทำ (Make to Order)
- ธุรกิจประกอบสินค้าและจัดชุดสินค้า (Assembly / Kit)
- ธุรกิจที่ต้องการควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างละเอียด
ทำไมธุรกิจควรเลือก Odoo Manufacturing?
การผลิตที่ดีไม่ได้หมายถึงแค่การผลิตสินค้าให้ทันเวลา แต่ต้องรู้ด้วยว่าต้นทุนจริงเท่าไร วัตถุดิบเพียงพอหรือไม่ และกำลังการผลิตที่เหลืออยู่รับงานเพิ่มได้อีกแค่ไหน
จุดแข็งของ Odoo Manufacturing คือการไม่แยกการผลิตออกจากส่วนอื่นของธุรกิจ เมื่อคำสั่งผลิตเดินหน้า ข้อมูลสต๊อก ข้อมูลจัดซื้อ และข้อมูลบัญชีจะอัปเดตไปพร้อมกัน ทำให้ทุกฝ่ายทำงานจากข้อมูลชุดเดียวกัน
เมื่อข้อมูลการผลิตเชื่อมต่อกับทั้งองค์กร ธุรกิจก็สามารถวางแผนการขาย การจัดซื้อ และการลงทุนในเครื่องจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น