Skip to Content

Odoo Accounting คืออะไร? รวมฟีเจอร์เด่นที่ช่วยให้งานบัญชีของธุรกิจคุณง่ายยิ่งขึ้น

20 สิงหาคม ค.ศ. 2026 โดย
Odoo Accounting คืออะไร? รวมฟีเจอร์เด่นที่ช่วยให้งานบัญชีของธุรกิจคุณง่ายยิ่งขึ้น
Peenapat Boonnasiri


งานบัญชีนั้นเป็นหัวใจสำคัญของทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการออกใบแจ้งหนี้ การจ่ายเงินให้ผู้จำหน่าย การกระทบยอดธนาคาร หรือการจัดทำรายงานทางการเงิน แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ธุรกรรมมีจำนวนมากขึ้น และต้องเชื่อมโยงข้อมูลกับหลายฝ่าย การทำบัญชีด้วยไฟล์ Excel หรือระบบที่แยกกันอยู่คนละที่ อาจทำให้ข้อมูลไม่ตรงกัน ตรวจสอบย้อนหลังยาก และเสี่ยงต่อความผิดพลาด

Odoo Accounting คือโมดูลด้านบัญชีในระบบ Odoo ERP ที่ช่วยจัดการตั้งแต่การออกใบแจ้งหนี้ การบันทึกใบเรียกเก็บเงินจากผู้จำหน่าย การกระทบยอดธนาคาร การจัดการภาษี ไปจนถึงการออกรายงานทางการเงิน โดยทำงานเชื่อมโยงกับโมดูลอื่นในระบบ Odoo ได้อย่างเป็นระบบ

Odoo Accounting คืออะไร?

Odoo Accounting เป็นโมดูลที่ออกแบบมาสำหรับบริหารจัดการงานบัญชีขององค์กร ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรที่มีหลายบริษัทในเครือ รองรับการบันทึกบัญชีแบบ Double-Entry Bookkeeping และสามารถทำงานร่วมกับสกุลเงินหลายสกุล (Multi-currency) รวมถึงหลายบริษัท (Multi-company) ได้ในระบบเดียว

จุดเด่นสำคัญของโมดูลนี้คือการเชื่อมต่อโดยตรงกับโมดูลอื่นของ Odoo เช่น Sales, Purchase และ Inventory ทำให้เมื่อมีการขายหรือซื้อสินค้าเกิดขึ้น ข้อมูลจะถูกส่งต่อมายังฝ่ายบัญชีโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ

ฟีเจอร์เด่นของ Odoo Accounting

1. ออกใบแจ้งหนี้ (Customer Invoice) อัตโนมัติ

Odoo Accounting สามารถดึงข้อมูลลูกค้า สินค้า ราคา และอัตราภาษีจากข้อมูลที่มีอยู่ในระบบมาสร้างใบแจ้งหนี้ได้ทันที ช่วยลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลซ้ำ และสามารถออกแบบเทมเพลตใบแจ้งหนี้ให้ตรงกับแบรนด์ของธุรกิจได้

2. จัดการใบเรียกเก็บเงินจากผู้จำหน่าย (Vendor Bill)

ฝั่งจ่ายเงินก็สามารถจัดการได้ในระบบเดียวกัน โดยเมื่อมีการรับสินค้าจากฝ่ายจัดซื้อ (Purchase) ข้อมูลสามารถถูกดึงมาสร้างเป็น Vendor Bill ได้โดยไม่ต้องบันทึกข้อมูลใหม่ทั้งหมด ช่วยให้ฝ่ายบัญชีตรวจสอบยอดที่ต้องจ่ายและกำหนดวันครบกำหนดชำระได้ง่ายขึ้น

3. กระทบยอดธนาคาร (Bank Reconciliation)

Odoo Accounting รองรับการเชื่อมต่อกับข้อมูลธุรกรรมธนาคาร และช่วยให้ฝ่ายบัญชีสามารถกระทบยอดรายการเดินบัญชีกับรายการในระบบได้สะดวกขึ้น ระบบสามารถจับคู่รายการที่ตรงกันโดยอัตโนมัติในหลายกรณี ทำให้ลดเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบรายการด้วยมือ

4. รองรับหลายสกุลเงินและหลายบริษัท

สำหรับธุรกิจที่ทำการค้าระหว่างประเทศ Odoo Accounting รองรับการบันทึกธุรกรรมในหลายสกุลเงิน พร้อมคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนและบันทึกผลกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนให้อัตโนมัติ

ในกรณีที่ธุรกิจมีหลายบริษัทในเครือ ระบบยังรองรับการทำงานแบบ Multi-company ซึ่งสามารถแยกหรือใช้ผังบัญชีร่วมกัน รวมถึงจัดทำรายงานการเงินแบบรวมได้จากฐานข้อมูลเดียว

5. จัดการภาษีและปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย

ระบบสามารถตั้งค่าอัตราภาษีให้คำนวณอัตโนมัติในเอกสารต่าง ๆ ทั้งใบแจ้งหนี้และใบเรียกเก็บเงิน ช่วยลดความผิดพลาดจากการคำนวณด้วยมือ พร้อมเก็บบันทึกการตรวจสอบ (Audit Trail) เพื่อรองรับการตรวจสอบทางบัญชีและภาษี

6. รายงานทางการเงินแบบเรียลไทม์

Odoo Accounting มีรายงานสำเร็จรูปให้ใช้งาน เช่น งบกำไรขาดทุน งบดุล และกระแสเงินสด โดยข้อมูลจะอัปเดตตามธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริงในระบบ ทำให้ผู้บริหารและฝ่ายบัญชีสามารถดูภาพรวมทางการเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสรุปข้อมูลจากหลายแหล่ง

7. ติดตามหนี้และการชำระเงิน

ระบบสามารถแสดงสถานะของใบแจ้งหนี้และใบเรียกเก็บเงินได้ เช่น รายการที่ยังไม่ได้ชำระ รายการที่เกินกำหนด หรือรายการที่ชำระแล้ว พร้อมทั้งสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนหรือส่งข้อความติดตามหนี้ไปยังลูกค้าได้อัตโนมัติในบางกรณี ช่วยให้ฝ่ายบัญชีบริหารกระแสเงินสดได้ดีขึ้น

Odoo Accounting เชื่อมต่อกับโมดูลอื่นอย่างไร?

จุดแข็งของ Odoo คือการทำงานร่วมกันระหว่างโมดูล ตัวอย่างกระบวนการที่พบได้บ่อย:

Sales / Purchase → Inventory → Accounting

เมื่อฝ่ายขายออกคำสั่งขายหรือฝ่ายจัดซื้อยืนยันใบสั่งซื้อ ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยัง Inventory เพื่อจัดการเรื่องการส่งมอบหรือรับสินค้า จากนั้นข้อมูลดังกล่าวสามารถส่งต่อมายัง Accounting เพื่อสร้างใบแจ้งหนี้หรือใบเรียกเก็บเงินได้โดยอัตโนมัติ ทำให้ทุกฝ่ายทำงานจากข้อมูลชุดเดียวกัน ไม่ต้องบันทึกซ้ำในแต่ละระบบ

Odoo Accounting ช่วยธุรกิจอย่างไร?

การนำ Odoo Accounting มาใช้ช่วยให้ธุรกิจสามารถ

  • จัดการงานบัญชีตั้งแต่ใบแจ้งหนี้จนถึงรายงานการเงินในระบบเดียว
  • ลดการกรอกข้อมูลซ้ำระหว่างฝ่ายขาย จัดซื้อ คลังสินค้า และบัญชี
  • กระทบยอดธนาคารได้รวดเร็วขึ้น
  • ติดตามสถานะการชำระเงินและหนี้ค้างชำระได้ชัดเจน
  • คำนวณภาษีได้แม่นยำและมีข้อมูลรองรับการตรวจสอบ
  • ดูรายงานทางการเงินแบบเรียลไทม์เพื่อประกอบการตัดสินใจ
  • รองรับธุรกิจที่มีหลายสกุลเงินหรือหลายบริษัทในเครือ

Odoo Accounting เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

Odoo Accounting สามารถนำไปปรับใช้ได้กับธุรกิจหลายประเภท เช่น

  • ธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ต้องการรวมข้อมูลบัญชีไว้ที่เดียว
  • ธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่ต้องจัดการหลายสกุลเงิน
  • ธุรกิจที่มีบริษัทในเครือหลายแห่ง
  • ธุรกิจ E-Commerce และธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งที่มีธุรกรรมจำนวนมาก
  • ธุรกิจที่ใช้โมดูลอื่นของ Odoo อยู่แล้ว เช่น Sales, Purchase หรือ Inventory และต้องการเชื่อมข้อมูลบัญชีเข้าด้วยกัน

สำหรับธุรกิจที่ต้องการเพียงระบบบัญชีเดี่ยว ๆ โดยไม่ใช้โมดูลอื่นของ Odoo ควรพิจารณาเปรียบเทียบกับซอฟต์แวร์บัญชีเฉพาะทางอื่นด้วย เพื่อดูว่าความสามารถของระบบครบวงจรอย่าง Odoo คุ้มค่ากับความซับซ้อนในการตั้งค่าหรือไม่

ทำไมธุรกิจควรใช้ Odoo Accounting?

งานบัญชีที่ดีไม่ได้มีแค่การบันทึกรายรับรายจ่ายให้ถูกต้องเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลการขาย การจัดซื้อ และสต๊อกสินค้าได้แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมทางการเงินที่แม่นยำ

Odoo Accounting ช่วยเชื่อมโยงกระบวนการเหล่านี้เข้าด้วยกัน และทำงานร่วมกับ Sales, Purchase และ Inventory ภายในระบบเดียวกัน ทำให้ข้อมูลไหลต่อเนื่องระหว่างแผนก ลดความซ้ำซ้อน และช่วยให้ธุรกิจควบคุมกระแสเงินสดได้ดีขึ้น